วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ใบความรู้ที่ 33 กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

ใบความรู้ที่ 33
กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย
ปัจจุบันกฎหมายคุ้มครองแก่ผู้บริโภคที่สำคัญในประเทศไทยมีดังนี้
1.กฎหมายว่าด้วยอาหารและยา โดยสาระสำคัญ คือ อาหารจะต้องมีฉลากแสดง รวมถึงต้องบรรจุในภาชนะที่สะอาด มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวกับยา จะให้ความคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง เช่น การบริโภคยาปลอม, ยาผิดมาตรฐาน, ยาเสื่อมคุณภาพ และการโฆษณายาที่อวดอ้างสรรพคุณยาเกินความเป็นจริง
2.กฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้เครื่องสำอาง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ หรือมีส่วนประกอบของวัตถุมีพิษ จึงต้องมีการขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางให้ถูกต้อง ลักษณะเครื่องสำอาจที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น เครื่องสำอาจที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน , เครื่องสำอางปลอม, เครื่องสำอางผิดมาตรฐาน เป็นต้น
3. กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  เพื่อควบคุมวัตถุที่ก่อให้เกิดอันตราย ทั้งต่อบุคคล สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษต่าง ๆ หรือวัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อร่างกาย เป็นต้น ซึ่งการผลิตและการนำเข้าวัตถุอันตรายเหล่านี้ต้องได้รับอนุญาต
4. กฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 กำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย เพื่อให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนนหรือทางเท้าที่ได้รับความเสียหายทางร่างกาย สุขภาพอนามัยและถึงแก่ชีวิตผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

สิทธิของผู้บริโภค
    พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2541 ได้ให้คำจำกัดความของผู้บริโภคว่า หมายถึงหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ใช้สินค้า หรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้จะมิได้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
รวมถึงผู้ได้รับเสนอหรือชักจูงจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2541) ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการดังนี้
1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ อย่างถูกต้อง ทั้งการโฆษณา คำพรรณนาคุณภาพ หรือการแสดงฉลาดตามความเป็นจริง
2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะเลือกซื้อด้วยความสมัครใจ มีอิสระในการตัดสินใจ โดยปราศจากการชักจูงอย่างไม่ชอบธรรม
3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ
4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา การทำสัญญาใด ๆ ของผู้บริโภคจะต้องไม่โดนเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ ข้อความในสัญญาจะต้องเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค
5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ผู้บริโภคมีสิทธิจะได้รับการคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหายเมื่อผู้ประกอบธุรกิจละเมิดใน 4 ข้อข้างต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยุคการศึกษา 4.0

......การศึกษาทักษะการเรียนรู้ การสร้างการใช้นวัตกรรมเครืข่ายสังคมอนไลน์ สำหรับผู้เรียนสำหรับการจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนวัตกรรมนี้ ทำให้การทำงานสะวกรวดเร็ว สวยงาม เหมาะสำหรับนัเรียนและครูผู้สอน ใช้เป็นเว็บการจัการความรู้และใช้เป็นเครื่องมือ ารเรียนรู้สังคมอนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพระสิทธิผล ในยุคการศึกษา 4.0 (การเรียนรู้ศตวรรษที่ 21)

เว็บบล๊อคประกอบการเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่“ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"

.........เว็บนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ วิชา หน้าที่พลเมือง (สาระเพิ่ม) ชั้น ม.1


................................

ผู้จัทำ


ครูชาญวิทย์ รีชาาณิชพัฒนา

(ครูผู้สอน)

Blogger Educational

Blogger Educational