วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สมัครเป็นสมาชิก Blogger.com เว็บไซต์เขียนบล็อกระดับโลก

สมัครเป็นสมาชิก Blogger.com เว็บไซต์เขียนบล็อกระดับโลก

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความนี้ก็เริ่มเข้าสู่การหน้าแรกของการสมัครเป็นสมาชิก Blogger.com นะครับ (สามารถอ่านการเข้าสู่เว็บไซต์ได้ที่บทความ "3 วิธีเข้าสู่เว็บไซต์สร้างบล็อกระดับโลกของ Blogger ")


หน้าแรกที่จะต้องสมัครสมาชิก ก็เป็นอย่างที่เห็นข้างบนนี่แหล่ะครับ พร้อมคำอธิบายการสมัครง่ายๆ 3 ขั้นตอน โดยเราสามารถใช้ "อีเมล์" และ "รหัส" ของการเข้าใช้อีเมล์ของ Gmail ได้เลย 


ผมขยายส่วนที่จะสมัครให้ดูใกล้ๆ มีข้อสังเกตุด้านบนขวาสุดนะครับ จะเห็นช่องให้เลือกภาษา ยังไงก็แนะนำว่าเลือก "ภาษาไทย" ไว้ก่อน จะได้ศึกษาคำสั่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ดีใจแทนเพื่อนๆ นะครับ เพราะเมื่อก่อนตอนที่ผมศึกษาเอง ภาษาไทยยังไม่มีครับ และผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอินเตอร์เน็ตสักเท่าไหร่ ก็เลยงมโข่งอยู่ตั้งหลายเดือน 
ดังนั้นผมจึงมีความตั้งใจว่าจะทำการอธิบายอย่างละเอียด ใครที่พอรู้ หรือรู้อยู่แล้ว และมาอ่านเจอก็ไม่ว่ากันนะครับว่า ทำไมผมถึงเขียนอธิบายซะเหมือนคนไม่รู้เรื่องอ่าน เพราะผมตั้งใจเขียนให้คนที่ไม่ค่อยมีพื้นฐานได้เขียนบล็อกได้จริงๆ ไม่ใช่เหมือนที่ผมไปอบรมมา คือก็เข้าใจว่าวิทยากร เขาเก่ง แต่สอนเหมือนคนฟังเข้าใจอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ชักยาวไปต่อดีกว่าครับ



เพื่อนๆ ก็ใส่อีเมล์ และรหัส ไปในช่องข้างบน แล้วกดเมนู "ลงชื่อเข้าใช้งาน" เลยก็จะไปสู่หน้าการสร้างบล๊อกได้เลยครับ


หน้าตาของขั้นตอน (step) ที่ 2 ก็เป็นการตั้งชื่อเว็บบล็อก และตั้งชื่อ URL หรือคล้ายโดเมนเนม ตรงนี้ผมขอแนะนำว่า การตั้งชื่อเว็บบล็อก ไม่ต้องไปซีเรียส สามารถเปลี่ยนได้ แต่ที่ซีเรียสคือ การตั้งชื่อ URL หรือ sub domain name นี่แหล่ะครับ เพราะมันแก้ไขไม่ได้ ตั้งแล้วตั้งเลย (ยกเว้นแต่จะลบบล็อกทิ้งเลย)

พอดีผมตั้งใจว่าจะเขียนบทความอีกแนว เกี่ยวกับความรู้ด้านเทคโนโลยี หรือวิทยาศาสตร์พอดี แต่คงสไตล์เดิมนะครับ คืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ จึงตั้งชื่อว่า "a little of technology" และตั้งชื่อ sub domain name ว่า "alittleoftechnology" และได้ URL เป็น "http://alittleoftechnology.blogspot.com/ " ครับ ส่วนของเพื่อนๆ ก็ลองตั้งกันดู ถ้าให้ง่ายๆ บล็อกแรกที่ผมสร้างชื่อ preeda station ครับ มี URL คือ "http://preedastation.blogspot.com/ " งั้นเราไปที่ขั้นตอนสุดท้ายเลยครับ


หน้าเว็บเพจสุดท้าย หรือขั้นตอนสุดท้ายของการสร้างบล็อก คือ การเลือก "แม่แบบ" หรือ "theme" หรือ รูปแบบ-หน้าตา ของเว็บบล็อกของเราเอง ซึ่งผมก็ขอแนะนำว่า เลือกๆ ไปก่อนเถอะครับ มันไม่ได้สำคัญอะไรครับ เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ในบทความที่เกี่ยวข้องตอนแนะนำเมนูต่างๆ จะอธิบายให้อีกทีครับ จากนั้นก็กด "ลูกศร-ดำเนินการต่อ" ได้เลยครับ 

จะพบหน้าเว็บเพจ "บล็อกของคุณถูกสร้างเสร็จแล้ว" จากนั้นกดปุ่มลูกศร "เริ่มต้นการเขียนบล็อก" ได้เลยครับ เพื่อเริ่มเขียนบล็อก

เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่รู้จะเขียนอะไร ก็ให้มั่วๆ แบบผมไปก่อนนะครับ เช่นคีย์เลยเปก่อน

ผมจึงคีย์เลข 1111111111 เข้าไปที่ "ชื่อเรื่อง" "พื้นที่ให้เขียนบทความ" และใน "ป้ายกำกับ" เพื่อเป็นการทดสอบ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีบทความเตรียมไว้อยู่แล้ว ก็ใส่ได้เลยพร้อมตั้งชื่อเรื่องด้วย ส่วนป้ายกำกับควรใส่ "คำสำคัญ" ให้สอดคล้องกับบทความที่เขียน และควรจะมีคำสำคัญหลัก" อยู่ด้วย เช่น
ถ้าเป็นของผม ที่เขียนเรื่องอาการเจ็บป่วยที่เป็นผู้ทุพพลภาพ (http://preedastation.blogspot.com ) ผมจะมีคำสำคัญหลัก ที่เขียนลงใน "ป้ายกำกับ" ว่า "ปรีดา ลิ้มนนทกุล" "ผู้ทุพพลภาพ" ผู้พิการรุนแรง" "ลิ้มนนทกุล" "preeda station" เป็นต้น ส่วนคำสำคัญที่เพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผมเขียนบทความเรื่องอะไร ถ้าเชียนเรื่อง แผลกดทับต้องดูแลอย่างไร ก็ควรใส่คำว่า "แผลกดทับ" ไปด้วย เป็นต้น


เมื่อกดเมนูสีส้มที่เขียนว่า "เผยแพร่บทความ" จะเห็นหน้าเว็บเพจนี้ก่อนครับ "เผยแพร่บทความบล็อกของคุณเสร็จสมบูรณ์" จากนั้นควรกดเมนู "ดูบล็อก" ก็จะเห็นหน้าเว็บบล็อกของเรา ซึ่งก็มีรปแบบหน้าตาที่เลือกๆ ไปก่อนหน้านี้ ที่ผมแนะนำว่าเดี๋ยวเปลี่ยนทีหลังได้ครับ ก่อนจะไปดูหน้าเว็บบล็อกที่เสร็จแล้ว ขอแนะนำอีก 2 เมนูนะครับ คือ
เมนู "แก้ไขบทความ" ถ้าเรากดเมนูนี้ จะไปสู่บทความที่เราพึ่งจะเขียนบทความมาก่อนหน้ารนี้ เพื่อเข้าไปแก้ไขเนื้อหาในบทความได้ครับ
ส่วนเมนู "สร้างบทความใหม่" ถ้ากดก็จะไปที่หน้าการเขียนบทความใหม่ครับ

เมื่อกดเมนู "ดูบล็อก" ก็จะเห็นหน้าตาเว็บบล็อกของเราเอง ตามตัวอย่างข้างบน ถือว่าจบขั้นตอนการสร้างบล็อกแล้วนะครับ ในบทความต่อไป คงเป็นเรื่อง " " ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยุคการศึกษา 4.0

......การศึกษาทักษะการเรียนรู้ การสร้างการใช้นวัตกรรมเครืข่ายสังคมอนไลน์ สำหรับผู้เรียนสำหรับการจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนวัตกรรมนี้ ทำให้การทำงานสะวกรวดเร็ว สวยงาม เหมาะสำหรับนัเรียนและครูผู้สอน ใช้เป็นเว็บการจัการความรู้และใช้เป็นเครื่องมือ ารเรียนรู้สังคมอนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพระสิทธิผล ในยุคการศึกษา 4.0 (การเรียนรู้ศตวรรษที่ 21)

เว็บบล๊อคประกอบการเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่“ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"

.........เว็บนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ วิชา หน้าที่พลเมือง (สาระเพิ่ม) ชั้น ม.1


................................

ผู้จัทำ


ครูชาญวิทย์ รีชาาณิชพัฒนา

(ครูผู้สอน)

Blogger Educational

Blogger Educational