วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ใบความรู้ที่ 38 กฏหมายแพ่ง

ใบความรู้ที่ 38
กฏหมายแพ่ง

กฏหมายแพ่ง
   คำว่าแพ่ง ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่าเกี่ยวกับ เอกชน กฎหมายแพ่งจึงเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับเอกชน หรือคนแต่ละคน ทั้งเมื่ออยู่ตามลำพังและเมื่อติดต่อกับผู้อื่นเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน นิติกรรม สัญญาต่าง ๆ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนทุกคน จำเป็นต้องมีความรู้ที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วน
   กฎหมายแพ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  
กฎหมายแพ่ง คือ ระเบียบ กฎเกณฑ์กับส่วนเอกชนและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านสถานภาพ สิทธิและหน้าที่ เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับทรัพย์สิน ครอบครัว มรดก นิติกรรม เป็นต้น
  ประเภทของทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่สำคัญมี 2 ประเภท คือ สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์เคลื่อนที่ได้และอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เช่น ที่ดิน ทรัพย์ที่ติดอยู่กับดิน เช่น สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

   สิทธิในทรัพย์สิน  
สิทธิในทรัพย์สิน คือ ประโยชน์ที่บุคคลจะพึงมิพึงได้ในทรัพย์สินนั้น แม้จะไม่มีรูปร่าง แต่ก็อาจมีราคาและยึดถือเอาได้ สิทธิในทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด ได้แก่ กรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของผู้ใดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใด ผู้นั้นย่อมมีสิทธิครอบครอง จำหน่าย จ่ายแจก หรือได้ดอกผลจากทรัพย์สินนั้นหรือแม้กระทั่งการทำลายทรัพย์สินนั้นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ การได้มาซึ่งสิทธิในทรัพย์สินมี 2 ประการ คือ ได้มาโดยกฎหมายและได้มาโดยนิติกรรมและสัญญา
1. การได้สิทธิโดยกฎหมาย คือ การได้มาตามบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่กฎหมายปรับปรุง
2. การได้สิทธิมาโดยนิติกรรมและสัญญาเป็นการได้สิทธิตามข้อตกลง หรือการทำสัญญา เช่นสิทธิในการรับทรัพย์สินเป็นมรดกตกทอดตามพินัยกรรม สิทธิ ในทรัพย์สินตามสัญญาซื้อขาย สิทธิในผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่าตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าทรัพย์ เป็นต้น
3. การใช้สิทธิในทางแพ่ง การถือสิทธิในทางแพ่งต่างกับการใช้สิทธิในทางแพ่ง กล่าวคือ บุคคลธรรมดาทุกคนตั้งแต่เกิดมามีชีวิตรอดยู่ มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมาย ก็ย่อมมีความสามารถที่จะถือสิทธิเช่น การมีสิทธิเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือการมีสิทธิในร่างกายในชีวิตของเรา โดยไม่ถูกจำกัดเรื่องอายุ เพศ ศาสนา การศึกษา สติปัญญา สิ่งเหล่านี้ไม่มีผลกระทบกระเทือนในการถือสิทธิแต่อย่างใด เมื่อถือสิทธิแล้วจะใช้สิทธินั้นได้เพียงใดย่อมต้องเป็นไปตามกฎหมาย
4. นิติกรรม หมายถึง การใด ๆ อันทำลงไปโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัครมุ่งโดยตรง ต่อการผูกสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อการเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิองค์ประกอบนิติกรรม นิติกรรมจะต้องเกิดจากการกระทำของบุคคลและประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
  1. ต้องมีการแสดงเจตนาของบุคคล หมายความว่า บุคคลนั้นกระทำสิ่งใดลงไปเพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่งทางกฎหมาย หรือมีความประสงค์ที่จะก่อความสัมพันธ์ขึ้นตามกฎหมาย เช่น การทำสัญญาเป็นต้น
  2. จะต้องเป็นการกระทำด้วยความสมัครใจ กล่าวคือ เมื่อมีการแสดงเจตนากระทำแล้ว การกระทำนั้นต้องกระทำด้วยความสมัครใจอีกด้วย
  3. ต้องเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ผลของนิติกรรมนั้นกฎหมายยอมรับในการคุ้มคารองและบังคับบัญชาให้เกิดผลตามทีเจตนากระทำ ฉะนั้นการกระทำดังกล่าว จึงจะต้องเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยุคการศึกษา 4.0

......การศึกษาทักษะการเรียนรู้ การสร้างการใช้นวัตกรรมเครืข่ายสังคมอนไลน์ สำหรับผู้เรียนสำหรับการจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนวัตกรรมนี้ ทำให้การทำงานสะวกรวดเร็ว สวยงาม เหมาะสำหรับนัเรียนและครูผู้สอน ใช้เป็นเว็บการจัการความรู้และใช้เป็นเครื่องมือ ารเรียนรู้สังคมอนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพระสิทธิผล ในยุคการศึกษา 4.0 (การเรียนรู้ศตวรรษที่ 21)

เว็บบล๊อคประกอบการเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่“ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"

.........เว็บนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ วิชา หน้าที่พลเมือง (สาระเพิ่ม) ชั้น ม.1


................................

ผู้จัทำ


ครูชาญวิทย์ รีชาาณิชพัฒนา

(ครูผู้สอน)

Blogger Educational

Blogger Educational