วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ใบความรู้ที่ 30 กฏหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร


ใบความรู้ที่ 30
กฏหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร

กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร
    ชายไทยทุกคนมีหน้าที่ต้องถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหารตามระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด โดยมีพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กล่าวไว้ว่า "บรรดาชายที่มีสัญชาติเป็นไทยตามกฏหมาย เมื่อมีอายุย่างเข้าสิบแปดปีในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตนภายในเดือนพฤศจิกายนของพุทธศักราชนั้น ผู้ใดไม่สามารถจะไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและพอจะเชื่อถือได้ไปแจ้งแทนให้นายอำเภอสอบสวนให้แน่ชัดเพื่อลงบัญชีหารกองเกินไว้ถ้าไม่มีผู้แทน ให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขึ้น" โดยชายไทยที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะต้องปฏิบัติดังนี้
1. การลงบัญชีทหารกองเกิน  ชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปีใน พ.ศ.ใด ให้ไปแสดงคนที่อำเภอซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในปี พ.ศ.นั้น ถ้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดง คือ สูติบัตร บัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านเมื่อไปแสดงตนแล้วทางอำเภอจะออกไปสำคัญ (สด.9) หรือใบรับ (สด.10) ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
2. การรับหมายเรียกผู้ลงบัญชีเป็นทหารกองเกิน เมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปี ในพ.ศ.ใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอที่เขต ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายในปี พ.ศ.นั้น ถ้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. การตรวจคัดเลือกทหาร  เมื่อรับหมายเรียกแล้ว ทหารกองเกินจะต้องไปแสดงตนเพื่อรับการตรวจเลือกเป็นทหารประจำการ ในวัน และเวลา และสถานที่ที่กำหนด มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดง คือ ใบสำคัญทหารกองเกน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการศึกษา
4. บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร ได้แก่ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์หรือมีเปรียญ ข้าราชการครู และคนพิการทุพพลภาพไม่สามารถเป็นทหารได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยุคการศึกษา 4.0

......การศึกษาทักษะการเรียนรู้ การสร้างการใช้นวัตกรรมเครืข่ายสังคมอนไลน์ สำหรับผู้เรียนสำหรับการจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนวัตกรรมนี้ ทำให้การทำงานสะวกรวดเร็ว สวยงาม เหมาะสำหรับนัเรียนและครูผู้สอน ใช้เป็นเว็บการจัการความรู้และใช้เป็นเครื่องมือ ารเรียนรู้สังคมอนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพระสิทธิผล ในยุคการศึกษา 4.0 (การเรียนรู้ศตวรรษที่ 21)

เว็บบล๊อคประกอบการเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่“ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"

.........เว็บนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ วิชา หน้าที่พลเมือง (สาระเพิ่ม) ชั้น ม.1


................................

ผู้จัทำ


ครูชาญวิทย์ รีชาาณิชพัฒนา

(ครูผู้สอน)

Blogger Educational

Blogger Educational